'ทุเรียนไทย'เอาไงดี!? ตลาดจีนราคาตก หลังเจอคู่แข่ง'ทุเรียนเวียดนาม'ผลผลิตออกชนทุเรียนภาคตะวันออก
5
August
2024
7
April
2023
ทุเรียนไทยส่งออกไปจีนสะเทือน! หลังราคาขายทุเรียนในจีนมีแนวโน้มถูกลง เพราะมีทุเรียนขายแข่งเยอะ ล่าสุด เวียดนาม ซึ่งได้สิทธิ์ส่งออก “ทุเรียนสด” ไปจีน เป็นประเทศที่ 2 ต่อจากไทย มีผลผลิตออกเร็ว ชนกับทุเรียนภาคตะวันออกของไทย ส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาในตลาดจีน
จากข้อมูลวันที่ 4 เม.ย. 2566 จากปริมาณทุเรียนทั้งหมด 124 ตู้ที่ส่งไปจีนมีทุเรียนไทย 92 ตู้ และทุเรียนเวียดนาม 32 ตู้
· ราคาทุเรียนหมอนทองไทยในจีน อยู่ที่ประมาณ 900-1,100 หยวน/กล่อง (เฉลี่ย275บาท/กก.)
· ราคาก้านยาวของเวียดนาม อยู่ที่ประมาณ 330-380 หยวน / กล่อง (เฉลี่ย190บาท/กก.)
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทุเรียนไทยไปจีน
สมาคมทุเรียนไทยได้ประสานสอบถามประเด็นไปยังฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุล ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้ข้อสรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทุเรียนไทยไปจีน 3 ประเด็น ดังนี้
1.ผลผลิตทุเรียนไทยและเวียดนามเข้าประเทศจีนมากขึ้น ทำให้ราคาลดลง ในขณะที่ราคาทุเรียนเวียดนามถูกกว่าไทย
2. ระบบการขนส่งทุเรียนที่ใช้ระยะเวลานาน จากปัญหารถติดด่านนำเข้าทางบก ทำให้ผลผลิตทุเรียนไทยตกค้าง ส่งผลต่อคุณภาพ จนราคาลดลง
3.คุณภาพของทุเรียนมีผลต่อราคาขายในประเทศจีน
ทางออกทุเรียนไทย
จากสถานการณ์ราคาทุเรียนในตลาดจีนที่มีแนวโน้มลดลงตามกลไกตลาด แล้วทุเรียนไทยจะทำยังไง? ทั้งๆที่เพิ่งต้นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน
เพื่อไม่ให้ชาวสวนตื่นตระหนกกับราคาที่กำลังลงและเร่งตัดทุเรียน เพราะจะทำให้ภาวะราคาที่ตกรุนแรงกว่าความเป็นจริง เนื่องจากตลาดปลายทางตอนนี้ค่อนข้างอืด
สมาคมทุเรียนไทย จึงได้ออกประกาศขอความร่วมมือชาวสวนและผู้ประกอบการทุเรียน ดังนี้
1. ชะลอการตัดทุเรียน โดยไม่ใช้วิธีรูดผลผลิตเพื่อให้ได้ปริมาณมาก เพราะเมื่อสินค้ามีปริมาณที่มากในช่วงเวลาเดียวกับทุเรียนเวียดนามมีราคาถูก
2. ขอความร่วมมือเลี่ยงการส่งออกทุเรียนผ่านช่องทางขนส่งทางบก แต่เลี่ยงไปใช้การขนส่งทางอากาศ และทางเรือ เพื่อลดปัญหารถติดด่านเป็นระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลทำให้ผลผลิตทุเรียนไม่ได้คุณภาพ
3. ขอความร่วมมือชาวสวน มือคัด มือตัดทุกคน ให้ตัดคัดทุเรียนคุณภาพ ไม่ตัดทุเรียนอ่อน เพื่อรักษาตลาดทุเรียนไทยในจีน
พร้อมทั้งได้เน้นย้ำว่า "ทุเรียนที่มีคุณภาพเท่านั้น ที่จะแข่งขันกับทุเรียนเวียดนามได้"
"ทุเรียนพันธุ์กระดุม"ขายดีในจีน
ด้านสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง ได้จัดทำราคาขายปลีกผลไม้จากร้านแฟรนไชส์ขายผลไม้และซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 16-31 มี.ค. 2566
1.จากการสำรวจซุปเปอร์มาร์เก็ต พบว่าในช่วงนี้ทุเรียนไทยผลสดเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด และมีทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์มากขึ้น โดยที่พบเห็นมากที่สุดในช่วงนี้เป็นพันธุ์กระดุม และมีบางห้างร้านที่มีการจำหน่ายทุเรียนพันธุ์เหมาซานคิงส์และหมอนทอง
นอกเหนือจากทุเรียนผลสดไทยแล้วยังมีทุเรียนแช่แข็งมาเลเซียซึ่งมีบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย สวยงาม หรูหรา และเป็นที่ดึงดูด
จากการสอบถามข้อมูลพบว่าห้างร้านได้ทำความร่วมมือกับผู้ผลิตจากมาเลเซีย โดยการผลิตและส่งกล่องบรรจุภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการทุเรียนจากมาเลเซีย เพื่อจะได้มีเอกลักษณ์เป็นของทางร้าน และมีบางห้างร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำสำเร็จจากมาเลเซียโดยตรง
2.จากการสอบถามความคิดเห็นของพนักงานขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเกี่ยวกับทุเรียนไทยและทุเรียนมาเลเซีย พนักงานขายให้ความเห็นเกี่ยวกับทุเรียนไทยว่า ทุเรียนไทยที่ขายดีในช่วงนี้เป็นทุเรียนกระดุม เพราะราคาไม่สูงมากนักและมีขนาดพอเหมาะ ส่วนทุเรียนหมอนทองจะขายดีในช่วงที่ลดราคา เพราะราคาค่อนข้างสูง
ตามมาด้วยทุเรียนเหมาซานคิงส์ของไทย ซึ่งพบเห็นค่อนข้างน้อยในตลาดและไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากราคาที่สูงและยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในตลาด ต้องมีการทำโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดลูกค้าต่อไป
สำหรับทุเรียนมาเลเซียมี 2 พันธุ์ที่ได้รับความนิยมคือ พันธุ์เหมาซานคิงส์(D197)และพันธุ์หนามดำ (D200) พนักงานขายให้ความเห็นว่า ทุเรียนแช่แข็งมาเลเซียจะขายดีในช่วงทุเรียนสดขาดตลาดแต่เมื่อถึงฤดูกาลทุเรียนจะจำหน่ายค่อนข้างยากเนื่องจากราคาที่สูงและผู้บริโภคส่วนใหญ่ชอบบริโภคทุเรียนสดมากกว่า
3.จากการสอบถามความคิดเห็นผู้บริโภคทุเรียน ผู้บริโภคบางส่วนชอบทุเรียนพันธุ์กระดุม เนื่องจากมีขนาดพอเหมาะ เนื้อแน่นหอมหวานและราคาจับต้องได้ สำหรับทุเรียนหมอนทองผู้บริโภคให้ความเห็นว่าเป็นทุเรียนที่เป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก แต่มีราคาค่อนข้างสูงเหมาะสำหรับซื้อรับประทานทั้งครอบครัว เพราะมีขนาดลูกที่ใหญ่ ในส่วนของทุเรียนเหมาซานคิงส์เนื่องจากมีราคาที่สูงและยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก
-----------------------------------
ที่มา